วันพฤหัสบดีที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อะไรนะ


ถ่ายคืนวันคริสต์มาส 25 ธันวาฯ ปลายปี 2553 ที่ลานย่าโม
หลังจากไปรับน้องสาวกลับจากงานโรงเรียน ประมาณ 5 ทุ่มกว่าๆ
สวยงาม โรแมนติก
ถ่ายรูปชิวๆ
อวบมากกก
ข้างๆมีจัดแสดงภาพถ่ายที่ชนะประกวดด้วย นี่ภาพนกเงือกที่เขาใหญ่ ชอบ



สวัสดีปีใหม่นะตัวเอง อ่านบล็อกที่บันทึกล่าสุด อุแหม ตั้งแต่ปี 2008 เชียว นี่มันปี 2011 แล้วนะวะ ไม่มาบันทึกกับตัวเองตั้ง 3 ปีเลย ห่างหายไปน้านนาน

วันนี้ฤกษ์ดี (มั้ง) อยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน งานการก็ไม่ค่อยมีทำ นั่งว้างว่างทั้งวัน สงสัยใกล้จะโดนไล่ออกล่ะสิ งานเข้าแน่ๆถ้างั้น มาอัพเดทชีวิตที่ผ่านมาตั้งแต่กลับโคราชเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ยังคงทำงานอยู่โคราช เป็นสาวโรงงานอย่างต่อเนื่อง ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปขึ้นรถที่ออกกันตั้งแต่ 6.50 น. แรกๆเบื่อการตื่นแต่เช้ามากกก ต้องตื่นตี 5 ครึ่งบ้าง 6 โมงบ้าง เคยแต่ตื่น 10 โมงทำงาน 11 โมง กลับบ้านบ่ายๆ ค่ำๆไรงี้ เฮ้อ ปรับตัวยาก ชีวิตเมื่อเลือกที่จะเดินไปอีกแบบก็ต้องรับมันให้ได้อ่ะนะ ได้อย่างเสียอย่าง แต่ก็ดีได้กลับมาอยู่บ้าน เห็นหน้าพ่อหน้าแม่พี่น้อง และแมวๆ ทุกวัน ได้หยุดอย่างชาวบ้านเขามั่ง ไม่ใช่แบบเดิมที่เทศกาลไหนก็ non stopไม่ได้หยุด

แต่ตอนนี้ตื่นเช้าได้แล้วคร่า ก็นะ ต้องตื่นเร็วมาเสริมสวย แต่งหน้านิดหน่อยประสาอ้อยคนใหม่ เถื่อนน้อยกว่าเก่า กริ้วๆ แต่บางวันก็ยังมีนอนอืด ไม่ยอมลุกบ้าง นาฬิกาปลุกแล้วปิดมันบ้าง แมวมาเรียกข้างหน้าต่างด่ามันแล้วหลับต่อบ้าง พ่อแม่เรียกแล้วได้ยินแต่ขอคุดคู้อีกหน่อยบ้าง แก้ไม่ได้จริงๆไอ้นิสัยนี้ คิดดูสิ วีคที่แล้วต้องเสียเงินขึ้นรถมาเองเกือบทั้งวีค ไม่ทันอีรถรับส่งสักที ต้องระเห็จไปโบกรถทัวร์ปอสอง ปอสาม ไปโรงงาน อ่อ เดี๋ยวนี้มีรถตู้แล้วด้วย วิ่งโคราช-ปากช่อง โคราช-อยุธยา โคราช-กรุงเทพ ฯลฯ เลือกขึ้นไม่หวาดไม่ไหวตามใจสะดวก พูดถึงรถตู้ คันที่ขึ้นล่าสุดนะ คุณพี่คนขับวิทยายุทธล้ำเริ่ด แกทั้งขับ ทั้งเรียกลูกค้า ทั้งเป็นกระเป๋าเก็บตังเอง อันนี้ฟังดูเบๆ แต่ไม่เบตรงทีแกเขียนตั๋ว ติ๊กช่องราคาไปด้วยบนพวงมาลัย ขณะขับรถที่ความเร็วร้อยกว่าๆ อะพะถี อะพะโถ อะพะถึก ถึก ถึก อีหนูจะเป็นลม ไม่แค่นั้นเจ้าข้า ติ๊กกันตอนที่กำลังขับแซงคันอื่นด้วยนะ เดี้ยนเห็นกับตา แกหยิบปากกาติ๊กปั๊บๆ แซงปุ๊บๆ อย่างเนียน แอบๆมองว่าแกจะลืมมองถนนมั้ยอะไรมั้ย นั่งไปก็ลุ้นไป พี่เค้าใช้เวลาคุ้มค่าเจงๆ แซงพ่วง 18 ล้อซะด้วย จายจะวาย

ถึงออฟฟิศดีใจ เข้ามาก็ไหว้ศาลตายาย และศาลพระพรหมกันยกใหญ่ อ่ะ พูดถึงออฟฟิศ อันว่าสมรภูมิที่ตั้งออฟฟิศปัจจุบันช่างน่าปลาบปลื้มยิ่ง จะว่าไปอยู่มา 3 ปี แม่มก็ย้ายมันทุกปี ทำไมต้องกลั่นแกล้งผู้หญิงกล้ามโตๆเยี่ยงนี้ และแต่ละครั้งที่ย้าย ทั้งไกลทั้งลี้ลับ ที่ตั้งล่าสุดก็เด็ดสุดๆไปเลย ช่างสรรหาให้มาเป็นออฟฟิศ เดินผ่านทั้งห้องผสมสารเคมี เครื่องพ่นหล่อเย็น ที่มีน้ำฝอยๆพ่นออกมาเป็นระยะๆ ประหนึ่งมีน้ำมนต์รดพรำมันทุกเช้า สาย บ่าย เย็น ซึ่งไม่มีใครกล้าคอนเฟริมว่าสะอาดหรือโสโครก รวมถึงเครื่องกีดขวางสารพัด รถเข้า รถออก ขี้นกพิราบและออฟชั่นเด็ดสุด ทางเดินแคบและไม่มีไฟ -_-" เหมาะอย่างยิ่งกับหญิงสาวสวยโสดโฉดหาแฟนไม่ได้ ชายใดหวังได้ตัวเธอรีบจับจองมุมอับ ไว้จ๊ะเอ๋กันได้นะคะ เอื้ออำนวยอย่างยิ่ง ตรูจะบ้าตราย

เดี๋ยวจะหาว่าใส่ความ แอบถ่ายมาให้ดูเลย
นี่ไงห้องผสมสารเคมี ที่เดินผ่านทู้กวัน

และนี่ทางเดินแคบๆ ที่เห็นมีกั้นๆสีฟ้าก็คือกำลังก่อสร้างส้วมพิเศษให้นั่นเอง

ล่าสุด ข่าวจากทีม Facility ตัวดี เจ้าเดิมที่ย้ายแผนกเดี้ยนนี่แหละ รับประกันย้ายแล้วไม่พอใจ ยินดีย้ายแถมให้ไกลกว่าเดิมฟรี เขาแจ้งมาว่า ตั้งแต่วันศุกร์ตอนเย็น (4 ก.พ. 54) ถึงประมาณวันอังคาร คุณพี่จะปิดอีทางเดินแคบๆ มืดๆตรงนี้ ให้ทุกท่านเดินอ้อมอาคารไปขึ้นออฟฟิศที่ประตูหลังสุด o_O" หลังสุดจริงๆนะ ออกไปก็เป็นรั้วหลังโรงงานแล้วอ่ะ แค่นี้ยังไกลไม่พออีกหรอพ่อคู้ณ ส่วนเหตุที่ต้องปิดทางตรงนี้ ก็เพราะต้องลาดพื้นปรับระดับ และต้องก่อสร้าง 'ส้วม' พิเศษให้ เนื่องทางคุณพี่ท่านเห็นว่า ส้วมมันอยู่ไกล (ย้ายมาได้เกือบปี ส้วมเพิ่งมา ขอบคุณค่ะ) เห็นเราต้องเดินลงจากชั้น 2 เข้าอาคารไปใช้กับน้อง DL (Direct Labour) ก็เลยสั่งทำพิเศษให้ซะเลย ไม่รู้จะทำทำไม ไหนๆประมาณสิงหาฯ ปลายปีนี้ ก็จะย้ายตรูขึ้นตึกใหม่อีกแล้วหนิ อืมนะ ก็ว่าตามกันไป ยังไม่จบ เมื่อส้วมกิตติมาศักดิ์สร้างเสร็จ เนื่องจากเป็นของใหม่สั่งทำพิเศษ พี่เขาก็จะแจกกุญแจศักดิ์สิทธิให้แต่ละแผนกแห่งออฟฟิศลี้ลับพกไว้อีกด้วย ใช่แล้วกุญแจศักดิ์สิทธิ์ ห้ามผู้ไม่มีสิทธิ์แอบใช้ สงวนเฉพาะสมาชิกออฟฟิศกันดารแห่งนี้เท่าน้าน ใช้แล้วล็อก ใช้แล้วล็อก ป้องกันการเกิดแหล่งมั่วสุม เสพสม งานนี้จะถ่ายทำภาพยนตร์หรือจะทอดฉู่ฉี่ก็ต้องพกกุญแจไปด้วย เก๋ไหมล่ะ และจากประสบการณ์การย้ายออฟฟิศอันโชกโชนนี้เอง ทำให้เดี้ยนรับรู้ว่า โรงงานผลิต HDD แห่งนี้ ช่างยิ่งใหญ่ กว้างขวาง มีหลายซอก หลายหลืบ หลายฝูงนกพิราบ หลายมาตรฐานเป็นอย่างยิ่ง

ปิดท้าย จากเรื่องที่ทำงาน มาอัพเดทห้างใหม่ของคนโคราช เดี้ยนไปมาแล้วจ้า นั่นก็คือ คลังวิวล่า หรือว่าคลัง 3 นั่นเอง ตกแต่งสวยงาม แนวมากๆ ถึงจะเล็กไปหน่อย แต่เก๋ใช่หยอก ไหนๆก็ไม่ได้อัพเดทนาน ขอรวมภาพที่ถ่ายๆมาเอาไว้มาลงด้วยซะเลย แล้วจะมาบ่นๆ อีกนะจ๊ะ

คลังอีหล่า เอ้ย คลังวิลล่า ยังไม่เสร็จดี แต่รถตรึม

นังนุท น้องสาวตัวแสบ กับป้ายทางออก

เดี้ยนกับกาแฟในคลังวิลล่า แก้วละ 50 บาท
ยิ้มเห่ยๆ


ส่วนรูปล่างนี้ หลังจากไปดูหนังเรื่อง หลุด 4 หลุด ก็มากินพิซซ่า ฮัทกันต่อ

นังน้องสาวเริ่มเอาเฟรนช์ฟรายมาเล่น

อีพี่เล่นด้วย

อุบาดกันจัง 55


วันอังคารที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2551

Here it all... since long time no update.

ม่ได้เข้ามาอัพบล็อกซะนาน วันนี้มารวบยอดมันทีเดียวละกัน
เริ่มจาก

VB _-_Sep 20-27,08
ไปดูมา อิอิ ดูดีล้ำบึก หลายคน


เพ้นหน้าซะหน่อย


VTAM, you're so incredible guys!


เจอข้างหน้าพอดี ขอถ่ายด้วยซะเลย Nath


Thank you party with Jamie Scott and the town, Gazebo Bangkok _-_ Wed_Aug 06,08 (Free ticket loved loved loved!!)

บัตรฟรีค่ะงานนี้









เพื่อนๆที่ได้บัตรฟรี




กรี๊ดๆ Jamie เท่โคตร!


ก็ใจมันหายละลาย ละลาย...


บรรยากาศโดยรอบ



ถ่ายรูปคี่

Ba bye!

Travis and Simple Plan Live in Bangkok!! (how come ?!?)_-_Fri_July 29,08

มันมาจริงๆครับพี่น้อง 2 วงนี้มาด้วยกัน ชอบทราวิสที่ซู้ด







Travis _-_Flowers in the window - Part 1 by me



Travis _-_Flowers in the window - Part 2 by me




I like this cover... Closer_-_Travis ; covered by Over Me.





House under constructed โครงการปรับปรุงบ้าน
(April - September, 08)
ดีดบ้าน หมุนบ้าน ต่อเติมชั้นล่าง เริ่ม เม.ย. 51 ถึงปัจจุบัน (วันที่อัพบล็อก) 22 ก.ย. เหลือปูกระเบื้องหน้าบ้าน ติดประตู้ เหล็กดัด มุ้งลวด ติดตั้งเซ็ตห้องน้ำ ไมมันนานอย่างนี้วะเนี่ย งบบานอย่างแรง




Lazy cat, Foong



วันจันทร์ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2551

Thairath Sport Day_-_Setter Substitute T_T


no. 10 that's me




Second place... no i want 1st!

อุตส่าซ้อมกับเขาตั้งเดือนสองเดือนแทบตาย สุดท้ายแข่งจริง กลับไม่ได้ลง ก็นะเป็นตัวสำรองก็งี้แหละ แต่ยังไง ไม่ได้เสียหายหนิ ยังช่วยให้น้ำหนักลดลงไปเยอะเลยนะเนี่ย แฮะๆ ดูดีไปเลยช่วงนั้น

วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2551

ด้วยร็อค ด้วยเรือ ด้วยรัก ด้วยอาลัย - - - คน สัตว์ สิ่งของ

เนื่องด้วยวันจันทร์ที่ 14 เม.ย. 2551 บิดาของข้าพเจ้าได้ขายโคเขายาวนามว่า "อีลาว" ไปด้วยราคาที่ไม่สมควรกับค่าของชีวิตมัน ด้วยความเศร้าโศกและอาลัยรักในตัวอีลาว ทั้งที่เคยลูบหัว ตบเหลือบ เด็ดเห็บ ป้อนหญ้า มะม่วง ส้ม ข้าวเหนียว และสารพัด จึ่งได้ร่ำไห้น้ำตานองหน้าพร้อมน้องสาว ว่าแต่นี้ไปจะไม่มีอีลาวอีกแล้ว ชีวิตหนอเลือกเกิดไม่ได้ ขอให้เจ้าไปดี ไม่ทรมานก่อนตายเทิด
ด้วยรักและอาลัย น้ำตาหลั่งไหล หัวใจร่ำไห้ คิดถึงยิ่งนัก

อย่ากระนั้นเลยชีวิตแสนสั้น ความเศร้ามันบั่นทอน อย่าไปจมอยู่กับมัน ว่าแล้ววันเสาร์ที่ 26 เม.ย. คณะดนตรี Stereophonics จะมาเปิดแสดงมหรสพบนเรือ ข้าพเจ้าใจระรั่วอยากไปยิ่งนัก ขอให้ได้ไปเทิด
ด้วยอยากร๊อคบนเรือ






วันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551

ฝีมือดิฮั้นฮ่ะ 2

อื่นๆที่ได้ทำ

วิกฤติเมืองเคนยาระส่ำหนัก หวั่นจุดชนวนฆ่าล้าง เผ่าพันธุ์ [6 ม.ค. 51 - 00:29]

เคนยา หนึ่งในประเทศอดีตอาณานิคมของอังกฤษ ตั้งอยู่ในทวีปแอฟริกา มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวโด่งดังไปทั่วโลก สร้างรายได้ ปีละไม่ต่ำกว่า 800 ล้านดอลลาร์ (ราว 27,200 ล้านบาท) และยังได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพมากที่สุดในทวีปแอฟริกา อีกทั้งยังเป็นเสมือนแหล่งพึ่งพาเศรษฐกิจสำคัญของภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก บัดนี้สถานการณ์ภายในเคนยากลับตาลปัตร เกิดเหตุการณ์ปะทุเดือดทางการเมือง ก่อให้เกิดความหวาดวิตก นักท่องเที่ยวไม่กล้าเข้ามาชมความสวยงามของท้องทุ่งเหมือนเก่า

สงครามกลางเมืองเคนยาจุดชนวนขึ้นนับจากการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 27 ธ.ค. หลังประธานาธิบดี เอ็มวาอิ คิบากิ เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งผู้นำสมัยที่ 2 เกือบทันทีที่ทราบว่าประสบชัยชนะ ขณะที่ นายไรลา โอดิงกา ผู้สมัครชิงชัยพรรคเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยออเรนจ์ (โอดีเอ็ม) ซึ่งพ่ายการเลือกตั้ง ได้กล่าวหานายคิบากิว่าปล้นชัยชนะไปจากตน เนื่องจากมีคะแนนนำมาโดยตลอดในระหว่างนับคะแนน

โดยหลังการนับคะแนนดำเนินไปเกือบ 90% นายโอดิงกานำนายคิบากิถึง 38,000 คะแนน แต่เมื่อผลเลือกตั้งทั่วประเทศประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ นายโอดิงกากลับแพ้ด้วยคะแนนทิ้งห่างถึง 231,728 คะแนน บรรดาผู้สนับสนุนนายโอดิงกาจึงพากันโกรธแค้น ต่างลุกฮือก่อเหตุประท้วงปะทะกับผู้สนับสนุนรัฐบาล ส่งผลให้ทางการเคนยาประกาศภาวะฉุกเฉินในหลายเมือง ตำรวจได้รับคำสั่งให้เข้าควบคุมสถานการณ์ และใช้ปืนกราดยิงผู้ก่อจลาจล ผู้ฉวยโอกาสก่อเหตุปล้นสะดม ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตหลายร้อยศพ จนสถานการณ์ลุกลามบานปลายกลายเป็นเหตุจลาจลไปทั่วประเทศ

เหตุการณ์ความวุ่นวายในเคนยาจะเรียกว่าเป็นศึกของสองชนเผ่าก็ว่าได้ เนื่องจากประธานาธิบดีคิบากิ วัย 76 ปี มีเชื้อสาย “คิกูยู” ซึ่งเป็นชนเผ่าใหญ่ที่สุดในเคนยา ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเคนยามาแล้วหนึ่งสมัย ตั้งแต่ปี 2545 อ้างว่าเขาเป็นผู้กอบกู้เศรษฐกิจให้กับเคนยาตลอดระยะเวลาของการบริหารประเทศ 5 ปี ส่วนโอดิงกา ผู้นำพรรคโอดีเอ็ม วัย 62 ปี เรียกตนเองว่า “ประธานาธิบดีของประชาชน” ได้รับการสนับสนุนจากเผ่า “ลูโอ” ชนเผ่าใหญ่อันดับรองลงมา และเป็นขวัญใจประชาชนผู้ยากไร้ จำนวนมาก

ด้วยเหตุที่ทั้งสองได้รับการสนับสนุนจากชนเผ่าใหญ่ของประเทศ ซึ่งทั่วเคนยามีเผ่าต่างๆมากกว่า 42 เผ่า ทำให้ เกิดความหวาดวิตกว่าสถานการณ์ความรุนแรง อาจลุกลามบานปลายไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เหมือน กับที่เกิดในประเทศรวันดาและบุรุนดี ช่วงปี 2533 เห็นได้จากการโจมตีอย่างเหี้ยมโหดของทั้งสองฝ่าย มีทั้งการบุกเผาบ้านเรือนฝ่ายตรงข้าม และก่อม็อบบุกฆ่าฟันกันอย่างไร้ความปรานี เหยื่อเคราะห์ร้ายถูกเผาทั้งเป็น บางรายโดนมีดโต้ฟัน ไม่เว้นเด็ก และสตรี ศพผู้คนทับถมเป็นกองพะเนินมองแล้วน่าเศร้าสลด

ความบาดหมางทางการเมืองที่บานปลายไปสู่ความขัดแย้งระหว่างเผ่า สร้างความเจ็บปวดรวดร้าวต่อหลายชีวิต ลงลึกไปถึงครอบครัวชีวิตคู่ นายแฟรงก์ เอ็นดังกู ชายหนุ่มเชื้อสายคิกูยู วัย 23 ปี จากเมืองกีซูมู เล่าว่า ร้านอาหารของเขาถูกเพลิงเผาไหม้วอดวายจากน้ำมือของสองคู่ปรับ ขณะที่เขาคิดว่าคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้อีกแล้ว แต่แล้วแฟนสาวที่คบหากันมานานหวังแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกัน กลับบอกลาตัดความสัมพันธ์ตามมาติดๆ เหตุผลเพียงเพราะเขามีเชื้อสาย “คิกูยู” เช่นเดียวกับประธานาธิบดีคิบากิ

เอ็นดังกูเผยว่า แฟนสาวของเขาชื่อแนนซี่ มีเชื้อสายเผ่ากาเลนจิน เธอบอกเลิกเขาผ่านข้อความโทรศัพท์มือถือ (เอสเอ็มเอส) ซึ่งมีใจความว่า “เนื่อง ด้วยครอบครัวของฉันต่างเกลียดชังเผ่าพันธุ์ “คิกูยู” ต้นกำเนิดของเธอ ฉันเกรงว่าเธอคงไม่ได้รับการต้อนรับจากที่นี่แน่ เราทั้งสองจึงต้องยุติกันเพียงแค่นี้ เพราะมัน ไม่มีอนาคตสำหรับสองเรา”

เอ็นดังกูอ่านข้อความอย่างรันทดน้อยใจ “มันช่างเป็นความซวยซ้ำซวยซ้อนยิ่งนัก ผมสูญเสียทั้งธุรกิจหนึ่งเดียวของผม และสูญเสียคนรักหนึ่งในดวงใจไปพร้อมๆกัน อนิจจา แม้แต่ความรักก็มิได้รับการยกเว้น” ขณะนี้เอ็นดังกูต้องอาศัยหลบนอนอยู่ที่ป้อมตำรวจ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าแม่และครอบครัวที่ในเมืองเอลโดเร็ต ที่ซึ่งได้รับเสียหายหนักสุดจากการจลาจลจะมีชะตากรรมเป็นตายร้ายดีเช่นไร “ผมไม่ตำหนิใครดอก พวกเราทุกคนต่างยังต้องการกันและกันอยู่”

ขณะกำลังนำเสนอเรื่องราวในเคนยา สถานการณ์ที่นั่นยังคงน่าเป็นห่วง เกิดเหตุเพลิงไหม้ควันโขมงในเมืองต่างๆอย่างต่อเนื่อง ผู้ประท้วงจุดไฟเผายางรถยนต์ประท้วงตามถนน ร้านค้าหลายแห่งถูกปล้นสะดม เด็กและสตรีผู้อ่อนแอตกเป็นเหยื่อถูกสังหาร ชาวบ้านเข้าแถวยาวเหยียดรอซื้ออาหารและน้ำมันเชื้อเพลิงกักตุน ประชาชนหลายแสนคนไร้ที่อยู่อาศัย ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆราว 350 ศพ ผู้บาดเจ็บหลายพันคนรอรับการรักษา

ปฏิกิริยาจากนานาชาติที่มีต่อดินแดนแห่งนี้ แม้หลายชาติจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ อาทิ ส่งคณะตัวแทนเข้าไกล่เกลี่ย รวมถึงส่งกำลังทรัพย์หลายล้านดอลลาร์มาค้ำจุน แต่การช่วยเหลือจากนานาประเทศเหล่านั้นก็เปรียบเสมือน “ส่งถังน้ำไปร่วมดับเพลิง” เนื่องเพราะในความจริงชาวเคนยาต่างหากที่ต้องทำหน้าที่ดับเพลิงด้วยมือตนเอง กลุ่มผู้สนับสนุนจากทั้งสองฝ่ายต้องระงับความโกรธแค้นและหยุดฆ่าล้างกันเอง บรรดาหัวขโมยก็ต้องไม่ควรฉวยโอกาสปล้นสะดมร้านค้า บีบบังคับให้เจ้าหน้าที่ต้องใช้ปืนสังหาร โดยเฉพาะ “ตัวต้นเพลิง” คือ ประธานาธิบดีคิบากิ และ นายโอดิงกา ควรหันหน้าประนีประนอม ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะหรือแพ้ ก็ควรเห็นประโยชน์ความสงบสุขของชาติมาเป็นอันดับแรก

สถานการณ์ระส่ำระสายในเคนยาเวลานี้ เราท่านยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าประเทศร่วมโลกใบเดียวกัน จากทวีปแอฟริกาแดนซาฟารี จะดำเนินไปสู่สันติภาพได้หรือไม่ หรือจะมีจุดจบเฉกเช่น “สงครามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” แบบที่เกิดในรวันดาและบุรุนดีหรือเปล่า...เชื่อว่าอีกไม่นานคงได้คำตอบ!!!

รพีพร นอนโพธิ์

http://www.thairath.com/news.php?section=international&content=74160

และอื่นๆ...

อุแว้! แห่เที่ยวดิสโก้ [21 ธ.ค. 50 - 19:02]
http://203.151.217.25/news.php?section=international04&content=72433


เรื่องเล่น? เต้นระบำ [3 ม.ค. 51 - 19:27]
http://thairath.com/news.php?section=international04&content=73822